ความทรงจำต่างๆในยูโร 2020 3

ผลงานของทีมชาติชื่อดัง

ในภาพรวมแล้ว ผลงานของทีมชาติที่เป็นตัวเต็ง และทีมเด่นล้วนทำผลงานได้ดีในรอบแบ่งกลุ่ม แต่เมื่อมาถึงรอบน็อกเอาต์ มีไม่กี่ทีมยังรักษามาตรฐานของตัวเองไว้ได้ เมื่อต้องมาเจอกับทีมระดับไล่เลี่ยกันแฟน บอล จึงเห็นทีมเต็ง ทีมเด่น ที่กูรูเชื่อกันว่าจะผ่านเข้าถึงรอบลึก ๆ ต่างทยอยกลับบ้านกันก่อนกำหนด ไล่มาตั้งแต่โปรตุเกส แชมป์เก่า ฝรั่งเศส ดีกรีแชมป์โลก เบลเยียม ที่เต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าจัดจ้านแห่งยุค มาจนถึงเยอรมนี ซึ่งฟอร์มย่ำแย่ที่สุดในรอบทศวรรษ

บรรดาทีมดังที่จองตั๋วกลับบ้านก่อนคาดเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้ทัวร์นาเมนต์มีเสน่ห์ ผลแข่งปีนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์อันชัดเจนอีกครั้งว่า ทีมเต็ง ทีมเด่นทั้งหลาย ไม่ได้อยู่ในช่วงสมบูรณ์ บางทีมขาดองค์ประกอบสำคัญหลายอย่าง ผลงานที่ทำได้ก็พึ่งพาองค์ประกอบที่มีมาและใช้ให้ได้ประสิทธิผลมากที่สุด แต่บางครั้งเมื่อองค์ประกอบเหล่านั้นไม่สามารถทำผลงานได้เต็มที่ก็เหลือเพียงแค่ทีมที่ประคองตัวได้ หรือไม่ก็เป็นทีมที่มีองค์ประกอบสมบูรณ์กว่าเข้ารอบไป

สปอนเซอร์สายเครื่องดื่ม

ยูโรครั้งนี้เกิดพฤติกรรมแปลกอย่างหนึ่ง เริ่มต้นจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ (Cristiano Ronaldo) ดาวเตะโปรตุเกส ขยับขวดเครื่องดื่มน้ำดำอัดลมฝั่งสีแดงออกจากโต๊ะขณะแถลงข่าว แถมเปรยว่าเลือกดื่มน้ำเปล่า ก่อนหน้านี้แทบไม่มีนักกีฬาหรือบุคลากรมาปฏิสัมพันธ์ยุ่งเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากสปอนเซอร์มาก่อน หลังเกิดเหตุมีรายงานว่า หุ้นของบริษัทผู้ผลิตน้ำดำอัดลมถึงกับดิ่งลงเลยทีเดียว

แค่ขยับขวดครั้งเดียว กลับตามมาด้วยพฤติกรรมปฏิสัมพันธ์กับขวดเครื่องดื่มจากสปอนเซอร์รายการอีกเพียบ ตั้งแต่ พอล ป็อกบา (Paul Pogba) ยกขวดเครื่องดื่มจากบริษัทผู้ผลิตเบียร์ลงจากโต๊ะ เพราะเขาเป็นมุสลิม จนถึงกุนซือทีมชาติรัสเซียที่ยกขวดน้ำดำอัดลมมากระดก และตบท้ายด้วยภาพโบนุชชี่ ปราการหลังทัพอัซซูรี่ หยิบทั้งขวดเบียร์และน้ำดำอัดลมมาดื่ม ขณะนั่งแถลงข่าวหลังอิตาลีคว้าแชมป์ เป็นอันปิดฉากซีรีส์ “ขวดเครื่องดื่ม”

วลี “Football’s Coming Home” และจุดโทษ

อังกฤษในยุคกุนซือแกเร็ธ เซาธ์เกต (Gareth Southgate) โชว์ผลงานยอดเยี่ยมมาตลอดจนทะลุเข้าถึงรอบชิงแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ วลีฮิตเมื่อครั้งอังกฤษเป็นเจ้าภาพยูโร 1996 ว่า “Football’s Coming Home” หรือ “ฟุต บอล กำลังคืนบ้านเกิด” สื่อถึงทั้งแง่เชิง “เจ้าภาพ” (นัดชิงยูโร 2020 เตะที่สนามเวมบลีย์ ในลอนดอน) และคาดหวังคว้าแชมป์ โดยมองว่า “อังกฤษ” คือแหล่งกำเนิดฟุต บอล (สมัยใหม่) ตามกติกาสากลที่ใช้กันในทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม อังกฤษพลาดดวลจุดแพ้ให้กับอิตาลี นักเตะอังกฤษสังหารจุดโทษ 3 คนสุดท้ายยิงไม่เข้าทั้งหมด อังกฤษและเซาธ์เกต ยังไม่สามารถลบฝันร้ายเมื่อปี 1996 ซึ่งอังกฤษตกรอบตัดเชือกคาบ้าน เพราะแพ้จุดโทษเยอรมนี โดยเซาธ์เกต คือ ผู้สังหารจุดโทษคนที่ 5 และยิงไม่เข้านั่นเอง แต่สื่อและคนวงการลูกหนังล้วนมองว่า ในภาพรวม อังกฤษมาถูกทางแล้ว เหลือแค่ขัดเกลารายละเอียดเล็กน้อย (แต่เป็นตัวชี้วัดสำคัญ) เท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *