นักฟุตบอล Eusebio ทีมชาติ โปรตุเกส (โมซัมบิก)

ยูเซบิโอ หรือฉายาที่ทุกคนรู้จักก็คือ “เสือดำแห่งโมซัมบิก” เขาเป็นเด็กหนุ่มจากโมซัมบิก แต่กลายมาเป็นตำนานแห่งทีมชาติโปรตุเกส และเป็นหนึ่งในนักฟุต บอล ที่ได้รับการยอมรับว่าสุดยอดที่สุดในวงการลูกหนัง ยูเซบิโอ เกิดที่ โปรตุกีส กีส แอฟริกา หรือในปัจจุบัน คือประเทศโมซัมบิก เริ่มค้าแข้งกับทีม สปอร์ติ้ง เด ลูเรนโซ่ มาร์เกส ทีมในบ้านเกิด ที่ตั้งอยู่เมืองหลวงของโมซัมบิก มาปูโต

และเมื่อเขาอายุได้ 18 ปี ก็ได้มีข้อเสนอจากทางลิสบอนและเบนฟิก้า สองคู่ปรับสำคัญในลีกโปรตุเกส ยื่นเข้ามาเพื่อแย่งตัวเขา และรวมไปถึงยอดทีมจากอิตาลีอย่างยูเวนตุสอีกด้วย แต่สุดท้ายเป็นทางด้าน เบนฟิก้า ที่ได้ตัวเขาไปร่วมทีมด้วยราคา 136,000 ยูโร และยูเซบิโอก็เริ่มต้นชีวิตค้าแข้งอันแสนรุ่งโรจน์กับทีมดังแห่งแดนฝอยทองทันที โดยคว้าแชมป์ลีกไป 11 สมัย, โปรตุกีส คัพ 5 สมัย และพาทีมคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ สมัยแรกของสโมสรอีกด้วย พร้อมกับคว้ารางวัลบัลลงดอร์ในปี 1965

1968 เป็นปีที่ยูเซบิโอได้รับรางวัลรองเท้าทองคำยุโรป เมื่อเขาได้เข้าชิงยูโรเปี้ยน คัพ อีกหนึ่งสมัย ร่วมถึงคว้าแชมป์ลีกได้ และเขากดไปทั้งสิ้น 48 ประตู และได้รับรางวัลนี้อีกครั้งในปี 1972-1973 ซึ่งทำประตูไปได้ 40 ประตู ซึ่งมันยิ่งตอกย้ำว่า เขานี้ละคือดาวยิงสูงสุดของทวีป ต่อมาในปี 1975 เขาได้อำลาเบนฟิกก้าซึ่งใช้ชีวิตอยู่มานานถึง 15 ปี และเขายังเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร และย้ายไปค้าแข้งในอเมริกาเหนือ ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดในปี 1978 เนื่องจากอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า โดยเขายิงในนามสโมสรทั้งสิ้น 423 ลูก จากการลงเล่น 431 นัด

ส่วนในนามทีมชาตินั้นผลงานของเขาเริ่มตั้งแต่ปี 1961 เนื่องจากโมซัมบิกเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส ยูเซบิโอจึงได้เล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกส และลงสนามนัดแรกเมื่อเดือนตุลาคม 1961 ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่พบกับลักเซมเบิร์ก และสามารถยิงประตูได้ในเกมที่เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 4-2

ในฟุตบอลโลก 1966 ถือเป็นทัวร์นาเม้นต์สำคัญ ที่แสดงใ้เห็นถึงความยอดเยี่ยมในเชิงลูกหนังของเขา กองหน้าจากแดนฝอยทองจารึกชื่อตัวเองไว้ในประวัติศาสตร์ด้วยผลงาน 9 ประตู ในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว และรวมไปถึง 4 ประตู ในเกมถล่มเกาหลีเหนือ

แต่ทีมของเขาก็พ่ายให้กับอังกฤษในรอบรองชนะเลิศ 2-1 หลังจบเกม ยูเซบิโอ ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเสียใจ แต่สุดท้ายพวกเขาก็คว้าอันดับสามมาครอง ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดในเวิลด์ คัพ รวมถึงยังครองสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล 41 ประตู และนักเตะที่เล่นให้กับทีมชาติมากที่สุด 64 นัด ก่อนที่จะถูก เปาเลต้า กับ ตามาญนินี่ ทำลายลงในเวลาต่อมา และเขาได้เสียชีิวิตลงในวันที่ 5 มกราคม 2014 ขณะอายุได้ 71 ปี ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *