ประวัตินักฟุตบอล ซามูแอล เอโต้

ประวัตินักฟุตบอล ซามูแอล เอโต้

หนึ่งในศูนย์หน้าที่ครบเครื่องที่สุดในยุโรปก็คงจะมีชื่อของ ซามูแอล เอโต้ ของบาร์เซโลน่า รวมอยู่ด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ล่าสุดเจ้าตัวก็เพิ่งสร้างชื่อด้วยการเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ หลังกดไป 16 ประตูให้กับทีมชาติแคเมอรูน

เอโต้ เริ่มฉายแววความโดดเด่นในวงการฟุต บอล มาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นวัยรุ่น เพราะนอกจากสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งตามแบบฉบับนักเตะจากทวีปแอฟริกาแล้ว เขายังมีทักษะและสัญชาตญาณการทำประตูที่ยอดเยี่ยมด้วย และนั่นทำให้เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ของสเปน เซ็นสัญญาคว้าตัวเขามาร่วมทีมตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี

ขณะที่ อายุได้ 17 ปี 3 เดือน เขาก็กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในศึกฟุต บอล โลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส และเป็นผู้เล่นที่คนเดียวที่เกิดในทศวรรษ 80 ด้วย

เอโต้ ประเดิมสนามนัดแรกให้กับ บาร์ซ่า ในเกมลีกที่พบกับ ราซิ่ง ซานตานเดร์ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2004 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็กลายเป็นเครื่องจักรถล่มประตูให้กับทีม “เจ้าบุญทุ่ม” มาตลอด โดยฤดูกาลแรกทำไป 25 ประตู และมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกมาครอง เนื่องจากประตูที่ทำได้ในเกมกับ เลบานเต้ กลายเป็นประตูตัดสินแชมป์ โดยเขาใช้เวลาเพียง 67 นัด ก็สามารถทำสถิติยิงครบ 50 ประตูให้กับ บาร์ซ่า ได้อย่างรวดเร็ว

ฤดูกาล 2005-06 เอโต้ ก็จบด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลา ลีก้า หลังทำไป 26 ประตู และในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2007 เขาก็เป็นคนทำประตูตีเสมอให้กับ บาร์ซ่า ก่อนที่จะแซงชนะ อาร์เซน่อล และคว้าแชมป์ถ้วยใบใหญ่ของยุโรปไปครองในที่สุด

นับตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่ในถิ่นคัมป์ นู เขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาตลอด จนทำให้ได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของทวีปแอฟริกา 3 ปีซ้อน (2004-06) โดย เอโต้ ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทุ่มเทให้กับทั้งทีมชาติอย่างเต็มที่ และนั่นก็ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของคนทั้งชาติ

ในส่วนของทีมชาติ เอโต้ ก็ประสบความสำเร็จมามากมายเช่นกัน โดยพาทีมแคเมอรูน คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2000 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และในปีเดียวกันก็คว้าแชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ด้วย โดยทีม “หมอผี” ได้เป็นเจ้าแห่งกาฬทวีปอีกครั้งในปี 2002

อย่างไรก็ตาม เอโต้ และทีมชาติแคเมอรูน ก็ต้องอกหักพ่าย อียิปต์ ในรอบชิงชนะเลิศในปี 2008 ซึ่งเขาจบด้วยการเป็นดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์หลังทำไป 5 ประตู และกลายเป็นนักเตะที่ทำประตูสูงสุดตลอดกาลในศึกแอฟรืกัน เนชั่นส์ คัพ ด้วยจำนวน 16 ประตู

จากคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมทั้งหมดทำให้ เอโต้ ได้รับความสนใจจากหลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป ซึ่งรวมถึง เชลซี และ ลิเวอร์พูล ด้วย แต่เจ้าตัวก็ยังยืนยันที่จะเป็นกำลังสำคัญให้กับ บาร์เซโลน่า ต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *