ประวัตินัก บอล Andrea Pirlo

Andrea Pirlo เกิดในปีพ. ศ. 2522 ใน Lombardy -พื้นที่ในอิตาลี เขาเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในวงการฟุตบอลโลก

เขาคือลูกชายของ ลุยจิ ปีร์โล นักธุรกิจผู้ร่ำรวย เจ้าของโรงงานเหล็กกล้าขนาดใหญ่ ในเมืองเบรสชา ประเทศอิตาลี ชีวิตของเจ้าหนูปีร์โล จึงไม่ต้องดิ้นรนกับความยากลำบาก เหมือนอย่างนักเตะรายอื่น

อันเดรีย ปีร์โล เริ่มสัมผัสลูกฟุตบอลบนหาดทรายสีขาว ใกล้รีสอร์ตริมทะเล ในเมืองวีอาเรจโจ ตอนนั้น อันเดรีย อายุเพียง 4 ขวบ แต่พรสวรรค์ในการเป็นสุดยอดนักเตะ เริ่มฉายแววออกมา จนครอบครัวของสังเกตเห็น และเริ่มต้นผลักดันลูกชายเป็นนักฟุตบอล ตั้งแต่นั้น

“อันเดรียคิดถึงแต่ฟุตบอล เขาเป็นเด็กชายที่นิ่งเงียบ แต่ไม่ถึงกับเก็บตัว และไม่เคยออกไปสุงสิงกับเด็กนิสัยไม่ดีที่ไหน เพราะอันเดรียจะเล่นฟุตบอลที่สนามหญ้า กับอิวาน (พี่ชาย) จนกว่าจะถึงช่วงเวลาทานอาหารค่ำ” ลีเดีย ปีร์โล ย้อนเล่าเรื่องราวของลูกชาย

อายุได้ 14 ปี อันเดรีย ปีร์โล เซ็นสัญญาเข้าเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรเบรสชา ทีมฟุตบอลชื่อดังประจำเมือง เขายึดตำแหน่งตัวจริงในทีมเยาวชนทันที ด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่สูงเกินกว่าเด็กในรุ่น แต่แทนที่คนรอบข้างจะประทับใจ ตรงกันข้าม …

เพื่อนร่วมทีมและผู้ปกครองของนักเตะรายอื่น เริ่มซุบซิบนินทาในทางไม่ดีถึงเจ้าหนูปีร์โล ในไม่ช้า จากที่เคยเป็นดาวเด่นของการแข่งขัน เขาแทบไม่ได้สัมผัสบอลในแต่ละเกม เพราะไม่มีเพื่อนร่วมทีมคนใดส่งลูกให้ ปีร์โล ถึงกับร้องไห้ในสนามแข่งขัน จากสถานการณ์เลวร้ายเกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะรับไหว

“เด็กคนนี้คิดว่าตัวเองเป็นมาราโดนาหรือเปล่า ?” ปีร์โล บอกเล่าถึงเสียงซุบซิบจากผู้ปกครองรายอื่น

“ผมเก่งกว่าคนอื่นมาตั้งแต่เด็ก ทุกคนจึงเริ่มต้นพูดถึงชื่อของผม ความจริงแล้ว พวกเขาพูดถึงมากเกินไป และไม่ใช่ทุกคนที่จะพูดถึงผมในทางที่ดี”

ปีร์โล แสดงให้เห็นว่านักเตะที่ดีควรทำตัวอย่างไร เขาไม่ตอบโต้เพื่อนร่วมทีมใจแคบ และโฟกัสไปกับการเล่นฟุตบอลเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา ในไม่ช้า ความทุ่มเทของปีร์โลจึงสัมฤทธิ์ผล เขาถูกเรียกตัวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของเบรสชา ตั้งแต่อายุ 16 ปี

 

คุณอาจคิดว่าฝันร้ายของปีร์โลจะจบลงแค่ตรงนี้ แต่เปล่าเลย … สิ่งที่ปีร์โลต้องเจอในทีมชุดใหญ่เลวร้ายกว่าหลายเท่า สโมสรเบรสชาเต็มไปด้วยนักเตะรุ่นเก๋า อายุราว 30 ปี หลายคนคิดว่าตัวเองคือนักเตะชั้นยอดของอิตาลี แต่กลับถูกเจ้าหนูปีร์โล แข้งหน้าใหม่จากชุดเยาวชน หลอกหัวทิ่มหัวตำไม่เว้นแต่ละวัน

 

การเข้าปะทะเพื่อแย่งบอลจากปีร์โล จึงรุนแรงขึ้นทุกวัน หลายครั้งที่มันไม่ใช้การเข้าสกัดเพื่อฟุตบอล แต่เพื่อทำร้ายอาชีพนักฟุตบอลของเขาโดยตรง

“มีนักเตะจำนวนหนึ่งอิจฉาเขา และกลัวว่าจะเสียตำแหน่งตัวจริงในทีม (ให้แก่ปีร์โล)” อเดลิโอ โมโร ผู้ช่วยโค้ชของเบรสชาในขณะนั้น ให้สัมภาษณ์กับ FourFourTwo

“ปีร์โลใจเย็นมาก แม้ต้องเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก เขาแสดงความเป็นมืออาชีพออกมา ถือเป็นตัวอย่างแก่นักเตะทุกคน ผมหวังว่าจะมีผู้เล่นที่นิสัยเหมือนเขามากกว่านี้ ไม่เฉพาะในแง่ของเทคนิคฟุตบอล แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง”

 

ฟุตบอลมีระดับ

ปีร์โลรอดจากคมแข้ง ของเพื่อนร่วมทีมอย่างปลอดภัย และก้าวเดินต่อไปในฐานะนักฟุตบอลอย่างสง่างาม จนประสบความสำเร็จคว้าแชมป์มากมายหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลโลก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ กัลโช เซเรียอา หลายสมัย

ถ้วยรางวัลเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้ ปีร์โล เป็นที่รักของแฟนลูกหนังทั่วโลก ความสามารถเฉพาะตัวต่างหากที่เป็นส่วนสำคัญ เขาได้รับฉายามากมาย ไล่ตั้งแต่ เจ้าสถาปนิก, โมสาร์ตลูกหนัง, ท่านศาสตราจารย์, ผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงชื่อสุดแปลกอย่าง เครื่องเคาะจังหวะ

“อันเดรีย ปีร์โล คือชาวยุโรปที่มีความสามารถราวกับนักเตะบราซิล เขาคือนักเตะคนแรกที่ผมจะเขียนชื่อลงบนกระดาษ หากผมจำเป็นต้องจัดทีมในฝันขึ้นมา” ดุงก้า อดีตเฮดโค้ชทีมชาติบราซิลยกย่องความสามารถของปีร์โล และคำพูดดังกล่าวไม่ได้เกินความจริงแม้แต่น้อย

นักเตะชาวอิตาลีรายนี้ แตกต่างจากกองกลางชาวยุโรปโดยทั่วไป หากกล่าวตามตรง ปีร์โลมีจุดอ่อนมากมาย เขาปราศจากความเร็ว, ไร้ทักษะในเกมรับ, ไม่เล่นลูกกลางอากาศหรือเข้าปะทะ, ร่างกายดูอ่อนแอ และแทบไม่เคลื่อนตัวออกจากพื้นที่กลางสนามสนาม แถมยังขี้เกียจวอร์มอัพก่อนการแข่งขัน

สิ่งที่ทดแทนข้อด้อยเหล่านั้น คือ มันสมองเข้าขั้นอัจฉริยะ สื่อดังอย่าง BBC ยกย่องว่าสมองของปีร์โลมีความสามารถเทียบเท่า “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งโลกฟุตบอล” 

 

ภายใต้ท่าทีเฉื่อยชาและเกียจคร้าน ปีร์โลอ่านการเคลื่อนไหวของเพื่อนร่วมทีม และคู่แข่งตลอดเวลา เขามองว่าช่องว่างที่เกิดขึ้นในสนาม และทำในสิ่งที่เขาทำได้ดีมากกว่าใคร คือ จ่ายบอล

ราวกับนักสนุกเกอร์มือหนึ่ง ลูกฟุตบอลที่พุ่งออกจากเท้าของ อันเดรีย ปีร์โล ผ่านการคิดมาแล้วหลายชั้น และมีความแม่นยำในระดับสูงสุด หลายครั้งที่ปีร์โลไม่ทำอะไรนอกจาก คลึงลูกฟุตบอลไว้ที่ปลายเท้า ก่อนวางบอลในรูปแบบใกล้เคียงกับคำว่ามหัศจรรย์ จนนำชัยชนะมาสู่ทีม

“ปีร์โลคือความหมายของคำว่า มีระดับ” ฮอร์เก บัลดาโน อดีตนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ให้ความเห็นถึงการเล่นของปีร์โล

“เขานำทีมโดยใช้อาวุธทั้งหมดที่มีอยู่ในตัว ทั้งที่บางอย่างอาจเรียกว่า ล้าสมัย แต่สำหรับผม ไม่มีสิ่งใดทดแทนทักษะเหล่านั้นได้ ปีร์โลสามารถตบตาคู่ต่อสู้ หยุดเล่นชั่วขณะ หลอกล่อด้วยการเคลื่อนไหว แล้วจ่ายบอลอย่างแม่นยำ”

“ทุกอย่างที่มีอยู่ในตัวเขา ตรงกันข้ามกับการเล่นอันเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ฟุตบอลแบบ ‘เอาจริงเอาจัง’ คือหายนะของเกมลูกหนัง”

ฟุตบอลแบบเอาจริงเอาจัง เกือบทำให้ชีวิตนักเตะของปีร์โลตกต่ำ เขาปรับตัวไม่ได้ในฐานะนักเตะหมายเลข 10 เมื่อครั้งย้ายจาก เบรสชา สู่ อินเตอร์ มิลาน ในปี 1998 ปีร์โลต้องเปลี่ยนรูปแบบการเล่นของตัวเอง หากหวังรักษาตำแหน่งตัวจริงในทีม เขาถูกสั่งให้วิ่งมากขึ้น ขยันมากขึ้น และ แย่งบอลมากขึ้น

ปีร์โลปฏิเสธความเปลี่ยนแปลง เขายอมนั่งสำรอง ดีกว่าจะฝืนเล่นฟุตบอลในรูปแบบที่ขัดออกไปจากตัวตนภาย

“ปีร์โลรู้ถึงความสามารถของตัวเองดี บางครั้งเขามั่นใจในความสามารถการจ่ายบอลของตัวเองเกินไป จนผมอยากเตะก้นเอาสักที” โรแบร์โต เคลลิชี อดีตโค้ชเยาวชนของ อันเดรีย ปีร์โล กล่าว

“เขาไม่เคยทำฟาวล์แม้แต่ครั้งเดียว เพราะปีร์โลต้องการเล่นฟุตบอล และไม่เคยคิดจะหยุดใครสักคนจากการเล่นมันเหมือนกัน” 

“ถึงอย่างนั้น เขาสามารถทำในสิ่งที่ยากที่สุดโดยไม่สร้างความผิดพลาด และไม่ต้องการแรงกระตุ้นพิเศษ นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก”

อาจดูเหมือนเอาแต่ใจ แต่ปีร์โลแก้ปัญหาได้ดีกว่าที่หลายคนคาด เขาขยับตัวเองลงมาเป็นผู้เล่นกองกลางตัวลึกที่เรียกว่า “เรจิสตา” (Regista) มีความหมายในภาษาอิตาลีว่า ผู้กำกับ 

 

ปีร์โลบัญญัติศัพท์ดังกล่าวขึ้นมาในโลกฟุต บอล จากการเล่นอันแสนเหนือชั้น เขาบงการผู้เล่นในสนาม เมื่อครอบครองลูกฟุตบอลอยู่ปลายเท้า และจ่ายบอลอย่างตามใจสั่ง สมฉายา เครื่องเคาจังหวะ ที่เต็มไปด้วยความแม่นยำและสม่ำเสมอ

“ในฐานะเรจิสตา ปีร์โลทำให้ลูกฟุตบอลร้องเพลงได้” คาร์โล มัซโซเน่ อดีตผู้จัดการทีมเบรสชา กล่าวประโยคที่สรุปการเล่นฟุตบอลของ อันเดรีย ปีร์โล

 

ใช้ชีวิตอย่างศิลปิน

ความสามารถในการเล่นฟุต บอล ของ อันเดรีย ปีร์โล ถูกจดจำมาถึงทุกวันนี้ แม้จะแขวนสตั๊ดมาหลายปี แต่ชีวิตที่มีระดับของเขายังไม่จางหายไป ชีวิตนอกสนามของปีร์โล เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของศิลปิน ที่เริ่มต้นมาจากชีวิตแสนหรูหราในวัยเด็ก

 

ไวน์คือเครื่องดื่มสำหรับเศรษฐี ปีร์โลยืนยันเรื่องดังกล่าวด้วยรสนิยมส่วนตัว เขาคลั่งไคล้เครื่องดื่มชนิดนี้มาก ถึงขั้นศึกษาศิลปะการดื่มไวน์ ซึ่งถูกยกย่องเป็นศาสตร์และศิลป์ชั้นสูง ในหลายประเทศ จนได้รับการยกย่องในฐานะ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไวน์ (Wine Connoisseur)

ปี 2007 ปีร์โลเปิดโรงผลิตไวน์ Agricultural Society Pratum Coller ที่เมืองเบรสชา บ้านเกิดของตัวเอง ปีร์โลประกาศอย่างชัดเจนว่า เขาจะหันมาทุ่มเทกับธุรกิจไวน์ อันเป็นความรักอันดับสองของชีวิตรองจาก ฟุตบอล

ไม่ใช่แค่การชิมไวน์ การแต่งกายของปีร์โล ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แม้กระทั่งในวงการแฟชั่น เขานำการแต่งกายแบบ Slacker ผสมผสานกับใบหน้าทรงเสน่ห์ของชายยุโรปโบราณ อย่างไม่มีที่ติ

ครั้งหนึ่ง ปีร์โลเคยถ่ายแบบขึ้นหน้าปกนิตยสาร GQ ด้วยเสื้อเชิ้ตหนังงูสุดสะพรึง พร้อมขวานเล่มใหญ่ในมือ หากมองผ่าน ผู้อ่านอาจแยกไม่ออกว่าชายที่อยู่เบื้องหน้า คือ นักฟุตบอลชื่อดัง หรือ จอห์น วิค กันแน่

 

ถึงไลฟ์สไตล์และการแต่งกาย จะดูเหมือนหลุดออกมาจากหนังมาเฟีย แต่ชีวิตของ อันเดรีย ปีร์โล ยังมีอีกด้านที่เหมือนกับคนทั่วไป เขาคือแฟนตัวยงของเกมเพลย์สเตชัน เคยมีรายงานว่า ปีร์โลติดเกมงอมแงม แม้แต่ในวันที่ลงเล่นรอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอลโลก 2006 เขายังเล่นเกมนานหลายชั่วโมง มากกว่าตั้งใจฝึกซ้อมก่อนการแข่งขัน

“ผมไม่เคยรู้สึกกดดัน ไม่ได้สนใจมันด้วยซ้ำ ผมใช้เวลาทั้งช่วงบ่ายของวันที่ 9 กรกฎาคม ปี 2006 ไปกับการนอน และ เล่นเพลย์สเตชัน ตกเย็น ผมลงสนาม คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกกลับบ้าน”

“หลังจากล้อรถยนต์ เครื่องเพลย์สเตชัน คือนวัตกรรมที่ดีที่สุดตลอดกาล” ปีร์โล เขียนประโยคดังกล่าว ลงในหนังสือประวัติชีวิตของตน

 

อันเดรีย ปีร์โล อาจมีอีกหลายด้านในชีวิตที่ชวนให้แฟนฟุตบอลประหลาดใจ บางคนมองว่า เขาเย่อหยิ่งเข้าถึงยาก หลายคนบอกว่า เขาเก็บตัวและโดดเดี่ยว แต่ไม่ว่าอย่างไร ปีร์โล คือนักเตะอันเป็นที่รักของแฟนบอล และบุคลากรลูกหนังทั่วโลก

ตลอดชีวิตการค้าแข้ง ปีร์โล ได้รับใบแดงไปแค่ 1 ใบ และพูดตลอดว่าไม่เคยสนเรื่องเงินในการเล่นฟุตบอล เขาทำมันด้วยความรัก ปีร์โลยังคงยืนยันคำพูดนั้น 

 

แม้เปลี่ยนอาชีพเป็นผู้ประกอบธุรกิจไวน์ ผลิตภัณฑ์ของเขามีราคาไม่แพง กลุ่มคนทุกระดับสามารถเข้าถึงได้ เพราะปีร์โลไม่ต้องการผลิตไวน์เพื่อหากำไร แต่เพื่อส่งต่อสิ่งที่เขารักออกไปให้มากที่สุด

ไม่ว่าคุณจะหลงรักผู้ชายคนนี้ด้วยเหตุผลใด ? ฝีเท้าการเล่นฟุตบอล หรือ วิถีชีวิตนอกสนาม คำตอบของคุณมีความหมายไม่ต่างกัน เพราะทุกอย่างคือตัวตนของ อันเดรีย ปีร์โล นักฟุตบอลลูกคุณหนูนิสัยดีที่ไม่เคยคิดร้ายต่อใคร และส่งต่อพลังงานแง่บวกแก่คนรอบข้าง จนได้รับความรักตอบแทนกลับมาอย่างไม่สิ้นสุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *