ประวัตินัก บอล Rivaldo (ริวัลโด้)

ประวัตินัก บอล Rivaldo (ริวัลโด้)

ริวัลโด้ หรือชื่อเต็ม ริวัลโด วีโตร์ บอร์บา เฟเรย์รา (โปรตุเกส: Rivaldo Vítor Borba Ferreira) เกิดวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1972 ที่ประเทศบราซิล เป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวบราซิล รีวัลดูเป็นส่วนสำคัญของบราซิลชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 เขายังได้รับตำแหน่งนักฟุต บอล ยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปในปี 1999 และได้ชื่อว่าเป็นผู้เล่นตำแหน่งกองกลางตัวรุกที่ยอดเยี่ยมตลอดกาลคนหนึ่ง ริวัลโด้ยังมีชื่อเสียงจากลูกเตะจักรยานอากาศ (bicycle shoot) มีฉายาที่เรียกโดยแฟนฟุตบอลชาวไทยว่า “นิเชา”

ริวัลโด้เริ่มเล่นฟุตบอลเมื่ออายุ 16 ปีกับสโมสรฟุต บอล ซังตากรุสในบราซิล เมื่อ ค.ศ. 1989 หลังจากนั้นสองปีเขาได้ย้ายไปเล่นให้กับสโมสรโมชีมีริงในลีกสองของบราซิล รีวัลดูเริ่มมีชื่อเสียงเมื่อย้ายไปร่วมทีมสโมสรฟุตบอลคอรินเทียนส์ เมื่อ ค.ศ. 1993 และติดทีมชาติบราซิลเป็นครั้งแรกในปีเดียวกัน ปีถัดมาเขาย้ายไปร่วมทีมสโมสรฟุตบอลปัลเมย์รัส

ค.ศ. 1996 ริวัลโด้ย้ายมาค้าแข้งในทวีปยุโรป โดยเซ็นสัญญาหนึ่งปีกับลาโกรุญญาในประเทศสเปน ก่อนที่จะย้ายมาร่วมสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาด้วยค่าตัว 16.5 ล้านยูโร ช่วงนี้รีวัลดูประสบความสำเร็จกับทีมชาติบราซิลในการคว้าแชมป์โกปาอาเมริกา 1997 และเข้าแข่งขันฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส ริวัลโด้นำบาร์เซโลนาคว้าแชมป์ลาลิกาในปี 1998 และ 1999 ซึ่งในปีนี้ เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่าและนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรป

ค.ศ. 2002 ริวัลโด้ย้ายมายังสโมสรฟุตบอลเอซีมิลานในกัลโชเซเรียอาของประเทศอิตาลี ในฤดูกาล 2002-03 เขาได้แชมป์อิตาเลียนคัพและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกร่วมกับเอซีมิลาน แต่หลังจากนั้นเขาประสบปัญหาฟอร์มตก และย้ายจากมิลานไปเล่นให้สโมสรฟุตบอลกรูเซย์รูในบราซิลเป็นระยะเวลาสั้น ๆ จากนั้นย้ายไปทีมต่าง ๆ ในประเทศกรีซ จนกระทั่งมาอยู่กับสโมสรฟุตบอลบูนิออดกอร์ในประเทศอุซเบกิสถาน และย้ายไปอยู่กับโมฌีมีริง สโมสรของตนเองที่บราซิล บ้านเกิด ก่อนที่จะประกาศการยุติการเล่นฟุตบอลไปเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 2014

ริวัลโด้ประสบความสำเร็จสูงสุดกับการเล่นฟุตบอลในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 โดยร่วมกับโรนัลโดและรอนัลดีนโยช่วยพาทีมชาติบราซิลได้แชมป์ทัวร์นาเมนต์ครั้งนั้น โดยในรอบสองที่พบกับอังกฤษ ซึ่งเป็นครั้งแรกด้วยที่ทีมชาติทั้งสองได้พบกันในศึกฟุตบอลโลก ริวัลโดZZเป็นผู้ตีเสมอให้ทีม 1:1 ก่อนจะหมดครึ่งแรก ก่อนที่โรนัลดินโญ่จะเป็นผู้ยิงลูกฟรีคิกข้ามศีรษะเดวิด ซีแมน ผู้รักษาประตูของอังกฤษ ทำให้บราซิลขึ้นนำ 1:2 ในครึ่งหลัง ก่อนจะชนะอังกฤษเข้ารอบไปได้ในที่สุดด้วยสกอร์นี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *