ประวัติ เอดิสัน คาวานี่

ประวัติ เอดิสัน คาวานี่

ประวัติ เอดิสัน คาวานี่

เอดิสัน คาวานี่ หรือ Edinson Cavani เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1987 ที่เมือง ซัลโต ประเทศ อุรุกวัย เขามีคุณพ่อเป็นอดีตนักฟุตบอลในระดับท้องถิ่น นั่นจึงทำให้เขาและพี่ชายเริ่มมีใจรักและหลงไหลในกีฬาฟุตบอล โดยในวัยเด็กนั้น คาวานี่ ชื่นชอบและมีไอดอลเป็นดาวยิงชาวอาเจนไตน์อย่าง กาเบรียล บาติสตูต้า เป็นอย่างมาก ซึ่งศูนย์หน้ารายนี้คือผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเขาได้มีความกระหายที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลและได้เข้ามาค้าแข้งในทวีปยุโรป กับศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรียอา ประเทศอิตาลี

คาวานี่ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ตอนมีอายุ 12 ปี เขาได้เขาไปเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสร ดานูบิโอ ทีมในลีกบ้านเกิด ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะโชว์ฝีเท้าออกมาได้อย่างโดดเด่น และย้ายได้ไปค้าแข้งที่ ปาแลร์โม่ ทีมดังในศึก กัลโช เซเรียอา ด้วยค่าตัวประมาณ 4.5 ล้านยูโร เมื่อช่วงเดือน มกราคม 2007 ซึ่งในเวลานั้น คาวานี่ มีอายุ เพียง 20 ปี เท่านั้น

แข้งสำรอง พิสูจน์ตัวเองกับ ปาแลร์โม่

เอดิสัน คาวานี่ ย้ายมาร่วมทีม ปาแลร์โม่ ตอนอายุ 20 ปี

คาวานี่ ย้ายไปค้าแข้งอยู่ใน ศึก กัลโช่ เซเรีย อา กับสโมสร ปาแลร์โม่ ด้วยค่าตัวราวๆ 4.5 ล้านยูโร ซึ่งในเวลานั้นเขาเพิ่งจะมีอายุเพียงแค่ 20 ปี และเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะย้ายเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนเป็นแรก เขาจึงต้องใช้เวลาปรับตัวทั้งในเรื่องของการฝึกซ้อมและเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่ที่ข้างสนามเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่ในเวลาต่อมา ซีซั่น 2008/09 เอดิสัน คาวานี่ ได้โชว์ฟอร์มความเก่งกาจออกมาได้อย่างเปรี้ยงปร้าง และได้ฉายแววการเป็นยอดศูนย์หน้าออกมาให้ได้เห็น ด้วยการประสานงานร่วมกับ ฟาบริซิโอ มิคโคลี่ จนสามารถทำไปได้ถึง 14 ประตู จนแฟนบอลต่างกันตั้งฉายาให้กับเขาว่า เอล มาทาดอร์ ซึ่งเขาได้ฉายาดังกล่าวมาจากสไตล์การจบสกอร์ที่มีความเฉียบขาดและมีสัญชาตญาตในการถล่มประตูที่ยอดเยี่ยม

ในฤดูกาลต่อมา เอดิสัน คาวานี่ กลายเป็นแข้งตัวหลักของสโมสร ปาแลร์โม่ และยังคงรักษามาตรฐานของฝีเท้าของตัวเองเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการทำไปได้ 13 ประตู ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถิติที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว กับการค้าแข้งอยู่ในถิ่น สตาดิโอ เรนโซ่ บาร์เบร่า ก่อนที่ นาโปลี จะจัดการทำเรื่องขอยืมตัวเขามาใช้งาน ด้วยจำนวนเงิน 5 ล้านยูโร พร้อมกับออปชั่นเสริมขอซื้อขาด 12 ล้านยูโร

แจ้งเกิดกับศึก กัลโช่ เซเรีย อา ระเบิดฟอร์มที่สโมสร นาโปลี

เอดิสัน คาวานี่ ได้ฉายาว่า เอล มาทาดอร์ จากการทำประตูได้อย่างถล่มทลาย

การย้ายเข้ามาอยู่กับสโมสร นาโปลี ถือได้ว่าเป็นการแจ้งเกิดของ คาวานี่ ได้อย่างเต็มตัว เพราะด้วยศักยภาพของทีมที่สูงยิ่งขึ้น จึงทำให้เขาสามารถระเบิดฟอร์มสุดโหดออกมาได้ด้วยการถลุงตาข่ายของฝ่ายตรงข้ามไปถึง 26 ประตู ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 2010/11 จึงทำให้ นาโปลี ไม่รอช้า รีบทำการยื่นออปชั่นเสริม ขอซื้อขาด เอดิสัน คาวานี่ เข้ามาร่วมทีมแบบถาวรในทันที

หลังจากนั้นเขาการสามารถก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงของทีมและกลายเป็นกำลังที่จะคอยไล่ล่าประตูให้กับสโมสรอยู่ตลอด โดยในฤดูกาล 2012/13 เขาทำไปได้ทั้งหมด 29 ประตู และสามารถครองตำแหน่ง ดาวซัลโวสูงสุดของ ศึก กัลโช่ เซเรีย อา ไปครอบครองได้สำเร็จ

จากนั้นไม่นาน ด้วยร้อนแรงในฟอร์มการเล่นและชื่อเสียงที่โด่งดังออกไปทั่วทวีปยุโรป ทำให้เขาได้รับข้อเสนอการย้ายสโมสรเข้ามาอย่างมากมาย โดยเฉพาะสโมสร ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่แสดงออกถึงท่าทีที่ต้องตัว คาวานี่ เข้ามาร่วมทีม พร้อมทั้งลงเงินทุ่มทุน เป็นจำนวนเงิน 64 ล้านยูโร เพื่อกระชากตัวดาวยิงรายนี้เข้ามาร่วมทีมในทันที

เปิดประสบการณ์ใหม่กับ ลีกเอิง สโมสร ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

เอดิสัน คาวานี่ สามารถพา เปแอสเช คว้าแชมป์ ลีกเอิง ได้ถึง 6 สมัย

ภายใต้สีเสื้อของ เปแอสเช เอดิสัน คาวานี่ ยังคงระเบิดฟอร์มออกมาใน ลีกเอิง ได้เป็นกอบเป็นกำอย่างต่อเนื่อง โดยเขาถือเป็นอีกหนึ่งดาวยิงที่ย้ายเข้ามาเล่นให้กับสโมสร ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยการพาทีมกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์ลีกเอิงไปได้ถึง 6 สมัยติดต่อกัน แถมเจ้าตัวยังก้าวขึ้นบัลลังก์เป็นดาวซัลโวของลีก ฝรั่งเศส 2 ปีซ้อน หลังจากที่ระเบิดถล่มประตูไป 35 ลูก ในซีซั่น 2016/17 และ 28 ประตู ในฤดูกาล 2017/18

ทั้งนี้ เอดิสัน คาวานี่ ค้าแข้งอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 7 ฤดูกาล โดยเขาสามารถทำประตูให้กับทีมไปได้ทั้ง 200 ประตู จากการลงสนามให้กับสโมสรทั้งสิ้น 301 นัดในทุกรายการ ก่อนที่จะหมดสัญญากับทาง เปแอสเช และได้ย้ายเข้ามาร่วมทัพ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2020/21

เพชฌฆาตคนใหม่ ของ ปีศาจแดง แมนฯ ยูไนเต็ด

เอดิสัน คาวานี่ ดาวยิงจมูกไว ของ ปีศาจแดง

การย้ายมาค้าแข้งอยู่ในถิ่น โอลด์แทรฟฟอร์ด ของ เอดิสัน คาวานี่ ในครั้งนี้ สร้างความประหลาดใจให้กับบรรดาแฟนบอลปีศาจแดงเป็นอย่างมาก เพราะหลายคนต่างคิดว่า คาวานี่ ในวัย 33 ปี จะไม่สามารถลงสนามมาไล่ล่าตาข่ายในศึก พรีเมียร์ลีก ได้ และเกิดข้อสงสัยกับตัวเขาว่า จะเอาตัวรอดได้อย่างไรกับสไตล์ฟุตบอลอังกฤษ

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ เอล มาทาดอร์ เพราะเขาใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งฤดูกาลก็สามารถที่จะปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นของทีมดังจากเมือง แมนเชสเตอร์ ได้ และเบิกสกอร์แรกให้กับตัวเองในศึก พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ จากเกมที่บุกไปเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-1 เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ก่อนที่จะลงสนามไปสร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟนผีแดงได้อีกครั้ง จากการถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน เมสัน กรีนวู๊ด สวมบทซูเปอร์ซับด้วยการลงมายิง 2 จ่าย 1 ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตกเป็นรอง เซาธ์แฮมป์ตัน ในช่วงครึ่งแรกอยู่ 2 ประตู พลิกเกมกลับมาเอาชนะได้อย่างน่าระทึกใจ 3-2

การติดทีมชาติอุรุกวัย และสไตล์การเล่นของ เอดิสัน คาวานี่

เอดิสัน คาวานี่ ลงประเดิมสนามในนามทีมชาติอุรุกวัยชุดใหญ่เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2008 ในวัย 21 ปี ซึ่งหลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มอันร้อนแรงออกมาให้แฟนบอลได้เห็นกันทั่วโลก เขาก็ได้ถูกจับตามองและกลายเป็นกำลังสำคัญขอม ทีมชาติอุรุกวัย มาโดยตลอด

คาวานี่ ผ่านเกมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายกับ ทีมชาติอุรุกวัย มาแล้วถึง 3 สมัย เริ่มตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2010 ซึ่งในครั้งนั้น อุรุกวัย จบที่อันดับ 4 จากนั้น ฟุตบอลโลก 2014 เขาพาชาติบ้านเกิดไปจบแค่เพียงรอบ 16 ทีม และฟุตบอลโลก 2018 เข้าได้ไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย

และนอกจากนี้ คาวานี่ ยังเป็น 1 ใน 3 นักเตะโควตาอายุเกินร่วกับ หลัยส์ ซัวเรซ และ เอกิดิโอ ริออส ไปลุยศึกฟุตบอล โอลิมปิก ปี 2012 (ลอนดอน เกมส์) แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จและต้องจอดป้ายอยู่แค่เพียงรอบแบ่งกลุ่มเพียงเท่านั้น

ส่วนอีกหนึ่งรายการสำคัญอย่าง ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ อย่าง โคปา อเมริกา คาวานี่ ก็เคยสร้างเกียรติประวัติให้กับตัวเองไว้ในนามทีมชาติ ด้วยการพา อุรุกวัย ครอบครองแชมป์ ในรายการนี้ได้ 1 สมัย ในปี 2011 ซึ่งในทีมชาติชุดนั้นก็เต็มไปด้วยนักเตะดาวดังมากมาย ประกอบไปด้วย เฟอร์นานโด มุสเลร่า , มาร์ติน กาเซเรส , ดิเอโก้ โกดิน , หลุยส์ ซัวเรซ และ ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ฯลฯ

เกียรติประวัติส่วนตัว เอดิสัน คาวานี่

สโมสร นาโปลี

  • แชมป์โคปปา อิตาเลีย : 2011-2012
  • ดาวซัลโว กัลโช่ เซเรีย อา : 2012-2013
  • หนึ่งในผู้เล่นทีมยอดเยี่ยม กัลโช่ เซเรีย อา : 2010-2011, 2011-2012, 2012-2013

สโมสร ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

  • แชมป์ลีกเอิง : 2013–2014, 2014–2015, 2015–2016, 2017–2018, 2018–2019, 2019–2020
  • แชมป์เฟร้นช์คัพ : 2014–2015, 2015–2016, 2016–2017, 2017–2018
  • แชมป์เฟร้นช์ ลีกคัพ : 2014–2015, 2015–2016, 2016–2017, 2017–2018
  • ดาวซัลโวลีกเอิง : 2016-2017, 2017-2018
  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมลีกเอิง : 2016-17
  • ผู้เล่นต่างชาติยอดเยี่ยมลีกเอิง : 2017
  • หนึ่งในผู้เล่นทีมยอดเยี่ยมลีกเอิง : 2013-2014, 2016-2017, 2017-2018

ทีมชาติอุรุกวัย

  • แชมป์โคปา อเมริกา : 2011